เริ่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

เมื่อคุณต้องเป็นผู้ฟังในงานบรรยายงานหนึ่ง จริงหรือไม่ที่….

คุณจะพยายามหาเหตุผลต่างๆนานาว่า ควรฟังคนๆนั้นเพราะอะไร จะคุ้มค่ากับเวลาที่คุณให้กับเค้าหรือไม่ แล้วคุณจะเชื่อเค้าดีหรือไม่ ? สิ่งเหล่านี้ผู้ฟังจะคิดทบไปทบมาเริ่มตั้งแต่ผู้พูดยังไม่ได้เริ่มพูดเลยแม้แต่คนเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ฟังส่วนใหญ่มักจะมีคำตอบเหล่านี้กับตัวเองภายใน 30 วินาทีแรก

ดังนั้น 30 วินาทีแรกนี้คือช่วงเวลาที่จะตัดสินว่าผู้ฟังจะอยู่กับคุณ จะสนใจคุณไปตลอดการบรรยายหรือไม่? เพราะถ้าทำพลาด คำตอบที่ผู้ฟังตอบนั้นเป็นลบ คุณงานเข้าแน่ๆ  แล้วอะไรเป็นตัวทำให้ผู้ฟังตัดสินคุณเช่นนั้น มาดูกันค่ะ

plan56_06-465x250

อันดับแรก

แน่นอนว่าเมื่อคุณยังไม่ได้เริ่มพูด สิ่งที่ผู้ฟังพิจารณาจึงเริ่มจากการสำรวจคุณด้วยสายตา ตัดสินคุณจากสิ่งที่คุณสวมใส่ การแต่งกาย และทรงผมว่าเรียบร้อยหมดจดหรือไม่ บุคลิก ท่าทาง การวางตัว การเดินเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผู้ฟังสังเกตตั้งแต่แรกเห็นคุณเลยทีเดียว

ลำดับที่สอง

ผู้ฟังจะพิจารณาจากการฟังเสียงของคุณ ทั้งน้ำเสียง ระดับเสียง สำเนียงและจังหวะการพูด สุดท้ายก็จะปรับเข้าหาสาระที่คุณกำลังจะพูดออกมาจริงๆ ช่วงเวลานี้เองที่จะตัดสินว่าจะชอบคุณหรือไม่ จะเชื่อสิ่งที่คุณพูดดีหรือไม่

ลำดับที่สาม

คือการทำให้คนฟังรู้ว่าภาพรวมการพูดในครั้งนั้นจะคาดหวังอะไร คุณกำลังจะพูดอะไร

 

และนี่คืออีกเทคนิคการนำเสนอทุกท่านที่ควรให้ความสำคัญให้มาก พอๆกับเนื้อหาใจความที่นำมาใช้บรรยาย ต่อจากนี้ไปการสร้างความน่าสนใจของผู้ฟังก็ดูจะเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้นแล้วใช่มั้ยคะ