4 เรื่องชวนคิด ก่อนกู้ซื้ออสังหาฯ

เมื่อมีเงินเก็บ การสร้างสินทรัพย์เพื่อลงทุนระยะยาว อย่างการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น “บ้านหรือคอนโด” มักจะเป็นทางเลือกแรกๆที่หลายคนสนใจ เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการถือครอง หรืออาจปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในยุคสมัยนี้ คนไทยเมื่อแต่งงานมีครอบครัว มักซื้อบ้านใหม่ หรือเช่าบ้านออกมาอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยว ทำให้ Demand การซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยจึงมีมากขึ้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ Supply อย่างโครงการหมู่บ้านต่างๆจึงขึ้นเป็นดอกเห็ด ซึ่งนี่ก็เป็นอีกสิ่งจูงใจให้ผู้ลงทุนอยากลงทุนสินทรัพย์ประเภทนี้มากยิ่งขึ้น

 

เรื่องนี้สำหรับผู้ที่มีเงินก้อนใหญ่ การซื้อสินทรัพย์นี้ด้วยเงินของตัวเองได้ ก็คงจะไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่หลายครั้งที่การซื้อสินทรัพย์มูลค่าสูงมากนี้ เกิดจากการขอกู้ยืมสินเชื่อ ซึ่งก่อให้เกิดภาระการผ่อนชำระหนี้ระยะยาว คราวนี้…สิ่งที่เราต้องคิด ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องความสามารถในการผ่อนชำระ เพราะแอนเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เรื่องการสร้างสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นนี้ นำพามาซึ่งภาระหนี้ที่มากเกินจะรับไหว ใช่แล้วค่ะ วันนี้แอนจึงอยากนำสาระความรู้เรื่องการ “ผ่อนบ้านให้สบายกระเป๋า” ที่ทาง K-Expert ธนาคารกสิกรไทย ได้จัดทำขึ้น มาส่งต่อให้เพื่อนๆได้อ่านกันค่ะ

การผ่อนบ้านให้สบายกระเป๋า มี 4 ปัจจัยที่ต้องคำนึง ดังนี้

1. เงินดาวน์มีเท่าไร ตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดให้ผู้ที่จะซื้อบ้านต้องมีเงินดาวน์ไม่น้อยกว่า 10% ของราคาบ้าน ดังนั้น หากจะซื้อบ้านราคาสัก 3 ล้านบาท ต้องมีเงินเก็บเพื่อเป็นเงินดาวน์อย่างน้อย 3 แสนบาท  การเก็บออมเงินดาวน์อาจจะเก็บออมในรูปของกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อให้มีสภาพคล่องและมีผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป

2. ยอดผ่อนชำระต่อเดือน ปกติแล้วภาระการผ่อนรายเดือนที่ไม่หนักจนเกินไป หรือไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ก่อนภาษี หากรายได้คนเดียวผ่อนไม่ไหว สามารถกู้ร่วมได้ ทั้งนี้ ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์ทางสายเลือด หรือเป็นสามีภรรยา ปกติทั่วไป หากขอสินเชื่อ จำนวน 1 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อน 30 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 7% ต่อปี จะมียอดผ่อนชำระประมาณ 8,000 บาทต่อเดือน จึงควรลองพิจารณาปัจจัยดังที่ได้กล่าวในเบื้องต้นว่า จะผ่อนบ้านอย่างไรให้สบายกระเป๋ากัน

3. ระยะเวลาในการผ่อนชำระ ปกติจะผ่อนสูงสุดไม่เกิน 30 ปี และเมื่อรวมกับอายุของผู้กู้แล้ว ต้องไม่เกิน 60-65 ปี (ช่วงอายุเกษียณ) ระยะเวลาผ่อนสั้นยอดผ่อนชำระรายเดือนจะมากกว่าระยะเวลาผ่อนยาว หากมีความสามารถในการผ่อนสูงสามารถเลือกผ่อนสั้นได้เพื่อให้หมดภาระได้เร็วและประหยัดค่าดอกเบี้ยจ่าย

4. รูปแบบอัตราดอกเบี้ย สถาบันการเงินมักมีทางเลือกให้กับผู้ขอสินเชื่อ ดังนั้นควรเลือกอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ เมื่ออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และควรเลือกอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว เมื่ออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง

 

นอกจากนำบทความของ K-Expert มาส่งต่อให้อ่านกันแล้ว ก็ขอบอกต่อกิจกรรมที่ทาง K-Expert จัดขึ้นเพื่อตอบรับกระแส และเอาใจผู้ที่สนใจการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะ ด้วยกิจกรรม K-Expert Workshop ซึ่งจะมีวิทยากรที่ช่วยรวบรวมเนื้อหาที่น่าสนใจ ช่วยไกด์ไลน์นักลงทุนหน้าใหม่ให้เริ่มต้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างเหมาะสม พร้อมรับเทคนิคสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างมั่นใจ แหมๆ! ช่างเป็นกิจกรรมที่อินเทรนด์ และน่าสนใจเสียจริงๆ ถ้าใครสนใจก็ติดต่อสำรองที่นั่งกันเลย ที่สำคัญงานนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายด้วยค่ะ ^^

K-ExpertWorkshop_RealState2015_EDM

Photo by alantankenghoe

ที่มา : www.askkbank.com/K-ExpertCenter