ความจริงเกี่ยวกับสมาธิสั้น

ความจริงเกี่ยวกับสมาธิสั้น

ความจริงเกี่ยวกับ สมาธิสั้น

ในปี ค.. 2007 พบว่าประเทศจีนมีเด็กสมาธิสั้เกือบ 20 ล้านคน ในทางเดียวกันที่ทางสหรัฐและยุโรป ก็มีเด็กที่ป่วยโรคสมาธิสั้นที่สูงกว่า จนดูเป็นโรคที่พ่อแม่กังวล กลัวว่าลูกตัวเองจะเป็นโรคยอดฮิตนี้กับเค้าด้วย

แม้แต่เด็กอนุบาลที่ ไม่นอนกลางวัน ไม่ทำตามระเบียบของโรงเรียน ผู้ปกครองจำนวนมากต้องพาลูกไปหาหมอตามคำแนะนำของครู ทำให้เด็กจำนวนมากกลายเป็น ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น” ต้องกินยาทุกวัน

แอนเคยเห็นพ่อแม่หลายท่านสงสัยว่าลูกของตนจะเป็นโรคนี้มาโดยตลอด คลุมเครือมาตลอดว่าโรคนี้เกิดจากอะไร และเด็กที่เป็นโรคนี้จะต้องมีพฤติกรรมอย่างไรกันแน่?

จนได้มาอ่านหนังสือ และพบว่า จริงๆแล้วโรคนี้ถูกสร้างขึ้นทั้งที่ยังขาดหลักฐาน และมีข้อชวนคิดหลายเรื่อง ได้แก่

1.       เป็นโรคที่มีวิธีวินิจฉัยจากความรู้สึกของแพทย์มากกว่าจากหลักฐานที่เป็นจริง:           เพราะหมอจะการวินิจฉัยจากการสอบถามจากพ่อแม่ และพูดคุยกับเด็ก ตีเป็นคะแนนว่าเด็กเป็นโรคนี้หรือไม่?

เช่น เด็กเคลื่อนไหวมากตลอดเวลา ตื่นเต้นง่าย เสียสมาธิง่าย ร้องไห้ง่าย โมโหฉุนเฉียว อยากได้อะไรต้องได้ทันที ถ้าดูให้ดี จริงๆแล้วพฤติกรรมเหล่านี้จะเป็นพฤติกรรรมปกติ ของเด็กทั่วไป

 

2. สาเหตุของโรค ที่เข้าใจได้ยาก เช่น

a.       สมองถูกทำลายเล็กน้อย ระหว่างตั้งครรภ์ คลอด และเติบโต โดยที่ไม่สามารถวัดค่าได้

b.      เกิดจากมลภาวะในสังคม ทั้งที่อยู่ในสังคม อากาศเหมือนกัน ทำไมเด็กบางคนเป็น บางคนไม่เป็น

c.       เกิดจากพันธุกรรม ความแตกต่างของสรีระเด็ก ยากจะพิสูจน์ให้รู้ชัด

 

3. สาเหตุของโรคสมาธิสั้นที่ยังไม่ชัดเจน แต่อาการของโรค กลับมีการบรรยายอย่างชัดเจน ว่าเด็กที่ป่วยโรคนี้ โตขึ้นจะเป็นเยาวชนที่ทำผิดกฏหมาย ต่อต้านสังคม เลวร้ายมืดมน ซึ่งถ้าคิดเชิงตรรกะแล้ว อาการป่วยกับการทำผิดกฏหมาย เป็นเหตุเป็นผลในเชิงตรรกะอย่างไร ยังเป็นเรื่องที่ยังไม่มีการอธิบาย

 

4.  ปัจจุบันยาที่ใช้รักษา โรคสมาธิสั้น” มีมากมาย และมีจำหน่ายทุกประเทศทั่วโลก ในราคาแพง ซึ่งมีความลับของบริษัทผู้ผลิตยาที่ว่า วิธีขายยาที่ดีที่สุด คือการขยายขอบเขตของโรคให้กว้าง การทำให้ยาสูตรเก่าหรือยาที่ยังขายไม่ออก ให้ขายได้ บริษัทยาต้องสร้างโรคขึ้นมา

 

5. ผลข้างเคียงที่น่ากลัวของยารักษา โรคสมาธิสั้น” ผลร้ายของยามีผลต่อเด็กมากที่สุด อยู่ที่จิตใจ เด็กไม่กล้าหยุดยา เพราะกลัวว่าถ้าไม่หยุดจะควบคุมตัวเองไม่ได้ นี่ยังไม่นับผลข้างเคียงที่เกิดทางร่างกายจากยาที่ทานเข้าไป ที่มีผลทำให้มีอาการทางประสาทเพิ่มขึ้นได้ 0.1%

 

จากข้อสมมติฐานเหล่านี้ จึงมองได้ว่า สาเหตุของโรคสมาธิสั้นแท้จริงแล้ว เกิดจากความผิดพลาด 2 ประการของผู้ใหญ่ คือทัศนคติต่อเด็กและวิธีอบรมที่ไม่ถูกต้อง การเข้มงวดและรบกวนกับพัฒนาการตามธรรมชาติของเด็ก ทำให้เด็กวิตกทุกข์ร้อนและหวาดกลัว  ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในร่างกาย ทำให้ขาดสารเคมี โดพามีน” ที่ทำให้จิตใจสงบ

 

วิธีรักษาอาการทางประสาทและแก้ไขพฤติกรรมของเด็กที่ได้ผลที่สุด แท้จริงแล้วไม่ใช่การกินยาแต่เป็น การอบรม ให้ความรักความเอาใจใส่ที่สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็ก ให้เด็กใช้ชีวิตอย่างปกติค่ะ

จากข้อมูลนี้ เห็นด้วยมั้ยคะว่า ถูกต้องเลยว่า การวินิจฉัยของแพทย์ อาจเป็นส่วนหนึ่งให้เราได้ทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกได้ แต่ความเป็นจริงก็ไม่มีหลักการอะไรที่ถูกต้อง 100% จริงมั้ยคะ?  แอนขอส่งต่อข้อมูลดีๆ อีกส่วนที่อาจช่วยให้พ่อแม่หาทางออกจากความกังวลว่าลูกอาจจะป่วยเป็นโรค สมาธิสั้น นะคะ

#รวยเพื่อลูก

#เข้าใจพฤติกรรมธรรมชาติของเด็กและอบรมให้เค้ามีชีวิตที่เป็นปกติ

อย่ารักลูก เพราะลูกเชื่อฟัง   อย่าชมลูก เพราะลูกสอบได้คะแนนดี

อย่าดุด่าทุบตีลูก เพราะลูกไม่ได้ดั่งใจ

ความรักของพ่อแม่ไม่ควรมีเงื่อนไข

การเคารพลูกก็ไม่ควรมีเงื่อนไข

………………………………………………………

พ่อแม่ที่มีลูกเก่ง

โดยทั่วไปเป็นพ่อแม่ที่มีประชาธิปไตย

พอเกิดปัญหา เขาจะสงบใจแล้วพูดคุยแก้ไขปัญหากับลูก

เพื่อค้นหาวิธีที่ดีที่สุด

แม้ลูกจะทำผิดก็พิจารณาตามความผิด ไม่โยงไปเรื่องอื่น

และไม่ดุด่าทุบตีลูก จะทำให้เด็กเข้าใจเหตุผล ไม่ทำตัวให้พ่อแม่หนักใจ